สตม.เปิด “วีซ่าออนไลน์” ลดปัญหาแออัดสนามบิน

ปัญหานักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ต้องยืนรอคอยนานในการยื่นขอ Visa on Arrival (VOA) หรือการขอวีซ่าที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเข้าประเทศไทย เป็นภาพความไม่พร้อมของไทยในการรองรับดูแลอำนวยความสะดวกของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาเที่ยวไทย แม้ว่าจะมีการเพิ่มจำนวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มช่องในการยื่นขอวีซ่าแต่ยังไม่เพียงพอ ยังเกิดความล่าช้าในทางธุรการ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีคลิปนักท่องเที่ยวยืนรอคิวในสื่อออนไลน์ออกมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งให้แก้ไขขับเคลื่อนตามแนวทาง “ไทยแลนด์ 4.0” นำเทคโนโลยีมาใช้ในการอำนวยความสะดวก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้หลัก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รับนโยบายมาดำเนินการทันที เพิ่มขีดความสามารถ วางโครงสร้างขับเคลื่อน ตม.ทุกระบบเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นำสถิติข้อมูลการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในปี 2560 ที่ผ่านมามาโดยละเอียด พบว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากถึง 1.8 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวราว 5 ล้านคนที่ยื่นขอ Visa on Arrival (VOA) หรือการขอวีซ่า ที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเข้าประเทศไทย ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ได้ขอวีซ่าจากสถานทูต โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียรวมกันถึง 4 ล้านคน เป็นหนึ่งใน 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวันที่อนุญาตให้ทำ VOA เข้าเมืองไทยได้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีนักท่องเที่ยวยื่นขอ VOA ที่เคาน์เตอร์เฉลี่ย 6,000-7,000 คนต่อวัน ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกในการให้บริการ โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปีมีจำนวนเที่ยวบินลงพร้อมกันจำนวนมาก แม้ สตม.จะเพิ่มจำนวนช่องให้บริการ แต่ก็ยังไม่เพียงพอให้บริการนักท่องเที่ยวได้รวดเร็ว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้นำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงด้านบริการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับประเทศ เกิดแนวคิดควรมีเว็บไซต์ให้นักท่องเที่ยวยื่นเรื่องก่อนเดินทาง เมื่อมาถึงได้รับเอกสาร ไม่ต้องรอเหมือนก่อน วันที่ 21 พ.ย. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิด “โครงการบริการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E–VOA” เป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว ในการผ่านเข้าประเทศไทย ครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านเว็บไซต์ www.evisathailand.com ให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในการเข้าประเทศยุคดิจิทัล พุ่งเป้ารองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มจีนและอินเดีย หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความประทับใจ ภายใต้แนวคิด “Fast & Convenient for Entering to Thailand” ทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว ในการผ่านเข้าประเทศไทย คือ 1.สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถยื่นขอ VOA ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนโดยไม่เสียเวลาเดินทาง 2.ง่าย ด้วยบริการระบบออนไลน์ ตั้งแต่กรอกข้อมูล ชำระเงิน และได้รับการตรวจสอบข้อมูลเอกสารเบื้องต้น 3.รวดเร็ว สามารถขอ VOA ได้ล่วงหน้า 30 วัน หรือไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และลดระยะเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบินปลายทาง 4.ปลอดภัย ด้วยมาตรฐานการชำระเงินระดับสากล และ 5.อุ่นใจ ด้วยเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการพร้อมให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมงจนถึงสนามบิน การยื่นขอ VOA ผ่านระบบออนไลน์ หรือ E-VOA นักท่องเที่ยวแค่กรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นและข้อมูลการเดินทาง พร้อม Upload เอกสารทั้งตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต พร้อมชำระค่าธรรมเนียม 2,000 บาท และค่าบริการออนไลน์ 525 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะได้รับการยืนยันเอกสารผ่านทางอีเมลภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยนำสำเนาใบที่ได้รับทางอีเมลยื่นที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองได้ทันที และมีช่องทางพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่ทำ E-VOA มาโดยเฉพาะ ทำให้การเดินทางรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดความแออัดในการรอคิวของนักท่องเที่ยว ลดการใช้เอกสารและสะดวกในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมออนไลน์ เป็นการสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ด่านแรกที่เข้าประเทศไทย และการบริการสะดวกและครอบคลุม สตม.ได้จัดเคาน์เตอร์เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ E-VOA จำนวน 5 แห่ง ตั้งแต่ 15 พ.ย. นำร่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ตามด้วยภูเก็ตวันที่ 19 พ.ย. เชียงใหม่ วันที่ 26 พ.ย. และกระบี่โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากมีข้อสงสัย LiveChat ผ่านทางเว็บไซต์ www.evisathailand.com  หรือติดต่อได้ทาง email: Contact@evisathailand.com E-VOA เปิดตัวพร้อมข่าว “ภาครัฐ” ออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียม VOA นักท่องเที่ยว 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน เป็นเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.-13 ม.ค. ได้แก่ อันดอร์รา บัลแกเรีย ภูฏาน จีน ไซปรัส เอธิโอเปีย ฟิจิ อินเดีย คาซัคสถาน ลัตเวีย ลิทัวเนีย มัลดีฟส์ มอลตา มอริเชียส ปาปัวนิวกินี โรมาเนีย ซานมารีโน ซาอุดีอาระเบีย ยูเครน อุซเบกิสถาน และไต้หวัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “ไทยแลนด์ 4.0” ที่การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลัก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ สตม.จึงมุ่งเน้นการปรับปรุงด้านบริการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับประเทศ จึงเกิดเป็นบริการใหม่ขึ้น คือ “โครงการบริการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-VOA” ผ่าน www.evisathailand.com  แนวคิด “Fast & Convenient for Entering to Thailand” ทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว ในการผ่านซึ่งเป็นครั้งแรกในไทย สำหรับบริการ E-VOA คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะเป็นทางเลือกหนึ่งที่รวดเร็วกว่าการเข้าคิวที่เคาน์เตอร์ VOA จากเดิมใช้ระยะเวลาในการกรอกเอกสาร การยื่นเอกสาร และรอการอนุมัติเข้าเมือง ณ ช่องทางตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินราว 1-2 ชั่วโมง เหลือระยะเวลาไม่เกิน 1 นาที หรือการไปขอวีซ่าที่สถานทูตซึ่งต้องใช้เวลาคัดกรองนานนับสัปดาห์ จะยิ่งทำให้การเดินทางรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความประทับใจกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ด่านแรกที่เข้าประเทศไทย” ถือเป็นอีกก้าวของ สตม.ก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 พัฒนาการขอยื่น “วีซ่า” ผ่านระบบออนไลน์เข้าประเทศ สามารถขอวีซ่าได้ล่วงหน้าเป็นครั้งแรกของไทยที่นักท่องเที่ยวยื่นคำร้องขอวีซ่าผ่านเว็บไซต์ไม่ต้องมาต่อแถวเข้าคิว ยื่นเอกสารเหมือนแต่ก่อน และฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบประวัตินักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาได้ล่วงหน้า ถือเป็นการแก้ปัญหานักท่องเที่ยวได้ถูกจุด ควบคุมงานด้านความมั่นคง สร้างความประทับใจ และกระตุ้นการท่องเที่ยว นำรายได้สู่ประเทศได้จำนวนมาก. ทีมข่าวอาชญากรรม โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2561 05:01 น.

Content retrieved from: http://www.thairath.co.th/content/1440210.

%d bloggers like this: