ปรับลุค ปลุกความสำเร็จ

เคยได้ยินหลายๆ ท่านบอกว่า คนที่หน้าตาดี จะมีโอกาสในชีวิตที่มากกว่า ดิฉันขอกระซิบว่า ไม่จริงเสมอไปค่ะ เพราะว่าคนที่มีบุคลิกดี ถูกที่ ถูกเวลา และมีภาพลักษณ์ที่ดี เหมาะสมกับบริบทในชีวิตของเขาเหล่านั้นต่างหากที่มีแนวโน้มจะก้าวหน้าในชีวิตของตนเองมากกว่าคนที่หน้าตาดีแต่ไม่มีจุดยืน และตัวตนที่ชัดเจน ดังนั้น การกำหนดภาพลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับตัวเอง จึงไม่ต่างอะไรกับแบรนด์ หรือสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืน และเป้าหมายทางการตลาดที่เด่นชัด ซึ่งก่อให้เกิดความสำเร็จในทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความแตกต่างของคำว่า Brand และ Branding Brand หมายถึง ตราสินค้า หรือ ยี่ห้อของสินค้าหรือองค์กร แต่ Branding คือกระบวนการในการสร้างแบรนด์ ดังนั้น การ Rebranding นั้น สามารถอธิบายง่ายๆ ก็คือกระบวนการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ Brand ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่ Brand ใหม่ที่มีจุดยืนและภาพลักษณ์ที่ดีกว่าเดิม เมื่อโลกหมุนไป ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ต้องหมุนตาม ปัจจุบัน ความสำคัญของ Brand ไม่ใช่เป็นเพียงเฉพาะยี่ห้อ ที่ใช้เรียกสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่ยังหมายถึงชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของสินค้าหรือองค์กรนั้นๆ อีกด้วย แบรนด์ที่ดีและสามารถนั่งอยู่ในใจผู้บริโภคได้นั้น จะส่งผลที่ดีต่อธุรกิจทั้งในทางตรงและทางอ้อม ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ จึงทุ่มเงินกันสุดตัวเพื่อสร้างแบรนด์ หรือ แม้แต่ รีแบรนด์ของตัวเองให้แข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลา คำถาม: แล้วธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่มีสินค้าเป็นของตนเอง จะสามารถสร้างแบรนด์ได้อย่างไร หากคุณทำธุรกิจที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าที่มีแบรนด์ของตัวเอง ดิฉันแนะนำให้ Branding ตัวเองเลยค่ะ เพราะว่าตัวคุณนั่นแหละที่จะสามารถทำ Branding ได้ และรับประกันได้เลยว่า ผลที่ได้รับนั้นมากกว่าที่คุณคิดแน่นอน การ Branding ตัวเอง ก็คล้ายๆ กับการปรับลุคให้กับตนเองค่ะ ไก่งามเพราะขนฉันใด คนก็งามเพราะแต่งฉันนั้น จะต่างกันก็เพียงแค่ว่าการปรับภาพลักษณ์นั้นไม่เพียงเฉพาะภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึง บุคลิกท่าทาง ความคิด และการสื่อสารกับคนรอบข้าง และปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้คนรอบข้างเกิดความเชื่อมั่น และมีทัศนคติตรงกับความต้องการของเราที่ตั้งไว้ ภาพลักษณ์นั้น สำคัญไฉน การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี กับการเป็นคนตอแหลนั้นไม่เหมือนกันนะคะ เพราะการสร้างภาพลักษณ์ คือการทำให้เกิดความน่าเชื่อถือต่อตัวบุคคล หรือองค์กรนั้นๆ โดยทุกอย่างต้องมาจากความจริงใจเป็นหลัก จากประสบการณ์ที่ดิฉันได้เป็นนักสร้างภาพลักษณ์ ให้กับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำอันดับต้นๆ ของประเทศไทยในหลายบริษัท พบว่า ภาพลักษณ์ที่ดี จะต้องเป็นการดึงเอาจุดเด่นของคนๆ นั้น ออกมาเพื่อสื่อสารกับภายนอกให้ได้มากที่สุด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการกำหนดภาพลักษณ์ ดังนั้น เสื้อผ้า หน้า ผม บุคลิก การพูดการจา ภาษาท่าทาง ทุกอย่างถูกจัดให้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อนำเสนอคุณค่าของบุคคลนั้นออกมาได้อย่างชัดเจน การกำหนดภาพลักษณ์ของผู้บริหารระดับบิ๊กๆ นั้น จะต้องผ่านกระบวนการคิดในเชิงกลยุทธ์ค่ะ แต่สำหรับ SME อย่างเราๆ อาจทำได้ง่ายๆ โดยการกำหนดจุดยืนของตนให้ชัดเจน แล้วถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งทุกอย่างควรจะสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้ การ Rebranding เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาค่ะ เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับรู้ของคน (Perception) ซึ่งเราไม่สามารถบังคับได้ การสร้างภาพลักษณ์ เป็นเรื่องสนุกมากค่ะ หากมีโอกาส ดิฉันจะหาเคสสนุกๆ และน่าสนใจมาแชร์ให้อ่านกัน หรือหากคุณผู้อ่านอยากปรึกษา ก็สามารถมาคุยกันได้ตามเว็บเพจด้านล่างนะคะ แล้วเราจะมีภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืนไปด้วยกันค่ะ ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ http://www.facebook.com/SMECompass
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดย ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ 10 เม.ย. 2558 http://www.thairath.co.th/content/492316  
%d bloggers like this: